Untitled Document
 
 
 
 
 
• ป่วยรับสงกรานต์ค่ะ - นิ่วในท่อไตค่ะ •

 

คืนวันเสาร์ 10 เม.ย. 52

แม่เกิดอาการปวดหัวเล็กน้อย และปวดท้องตั้งแต่หัวค่ำ พอทานข้าวเสร็จเลยให้พี่เลี้ยงพาเด็กๆ นอน และแม่ก็นอนงีบไปนิดนึง  พอตื่นขึ้นมา อาการปวดยิ่งเพิ่มมากขึ้น ปวดมากแถวท้องน้อย และร้าวไปถึงบั้นเอวซ้าย และหลังซ้าย

อาการชักไม่ดี เอ๊ะ เริ่มคลื่นใส้ อาเจียนไป 2-3 รอบ ป่าป๊าก็ไม่อยู่ไปฮอลแลนด์ กลับพรุ่งนี้ซะด้วย เลยโทรหาอาแปะที่เป็นหมอ เผื่อจะช่วยวินิจฉันได้บ้าง อาแปะก็สงสัยว่าอาหารจะเป็นพิษ เพราะมีอาเจียน แต่อาการปวดร้าวไปหลังนี่ไม่แน่ใจว่าทำไมถึงเป็น พอดีว่ามีหมอนวดมาที่บ้านอาแปะ เลยส่งหมดนวดมาลองนวดให้ดู เผื่อจะบรรเทาอาการได้บ้างค่ะ แต่ระหว่างนั้นก็สั่งให้รถเตรียมพร้อมไปรพ.ก่อนแล้วล่ะ ถ้าอาการไม่ดีจะได้ไปเลย

พอหมอนวดมานวดๆ ดู ก็คลายได้นิดนึง แต่ก็มีอาเจียนเพิ่มอีก และไม่หายปวดท้องเลย เลยตัดสินใจไปรพ.ดีกว่า อาแปะแนะนำให้ไปรพ.บำรุงราษฏร์เลย เพราะดึกแล้ว (ประมาณ 4 ทุ่มกว่า) รพ.อื่นๆ อาจจะไม่มีหมอเท่าไหร่ แถมช่วงเทศกาลอีกด้วยนะ แม่ก็โทรบอกคุณยาย คุณยายก็ให้ดูอาการอีกพักนึง

ไปถึงรพ.เข้าห้องฉุกเฉิน เดินแทบไม่ไหวแล้ว ปวดท้องมากๆ ค่ะ ยังมีอาเจียนจนหมดพุงแล้วเนี่ย (มื้อเย็นดันกินเข้าไปเยอะมากด้วยสิ 555) คุณหมอฉีดยาแก้ปวดบิดให้ พร้อมกับเจาะเลือดไปตรวจด้วย แต่ก็ยังไม่ดีขึ้นค่ะ พักนึงคุณหมอเลยสั่งให้แอดมิทดีกว่า เพราะอาการไม่ค่อยดี เผื่อคืนนี้ปวดอีกจะได้ให้ยาได้

เลยได้ให้น้ำเกลือ + ยาแก้ปวดอีกเข็ม  แล้วพาขึ้นห้อง ห้องธรรมดาก็เต็มด้วยนะ เลยใด้ห้องพิเศษค่ะ หุหุ ก็ทำใหม่สวยน่าอยู่เชียวค่ะ แต่ได้ยาแก้ปวดไป 2 เข็ม ดีขึ้นประมาณ 30% เอง ยังเหลืออาการปวดท้องน้อยและหลังแบบน่ารำคาญมาก เลยไม่ไหว ขอยาแก้ปวดอีกเข็มดีกว่า ได้เข็ม 3 เลยพอนอนได้หน่อยค่ะ คุณยายก็เลยมาถึงตอนตี 2 เพราะมัวไปรถติดหลงทางกับขบวนเสื้อแดงซะตั้งนาน เหอะๆ 

แม่ก็เพิ่งได้นอนตอนนั้นแหละ เพราะปวดมากจนนอนไม่หลับ ทั้บคืนก็เลยหลับ ๆ ตื่นๆ ตลอดเลยค่ะ เพราะไม่หายปวดดี มารู้ทีหลังว่าที่แท้ให้ยาไม่ถูกจุด เพราะแม่ไม่ได้ปวดท้องบิดจากอาหารเป็นพิษ แต่ปวดจากอาการอื่นตะหาก เฮ้ออออ

คอก็แห้งมาก แต่ทานน้ำไม่ได้เลย ได้แต่จิบๆ เอาเพราะจะอาเจียนตลอดเวลา งือๆๆ

 

วันที่ 2  (11 เม.ย. 53)

พอตอนเช้า คุณหมออีกท่านมาดูอีกที สอบถามอาการ เลยคิดว่าไม่น่าจะเป็นอาหารเป็นพิษ เพราะผลเลือดออกมาปกติดีค่ะ และมีอาการปวดร้างไปหลัง เหมือนกับเป็นนิ่วมากกว่า เลยส่งตัวไปทำอัลตร้าซาวน์ และเอ๊กซเรย์ดูตอนเช้าเลย ซึ่งตื่นมาแม่ก็เพลียมากแทบลืมตาไม่ขึ้น เพราะปวดทั้งคืนไม่ได้นอน ช้ำในไปหมดค่ะ

ผลอุลตร้าซาวน์ออกมาปรากฏว่ามีนิ่วก้อนเล็กๆ 6.4 มิลลิเมตร อุดอยู่ที่ท่อไตด้านซ้ายค่ะ ทำให้ไตข้างซ้ายบวมขึ้นมา 2 เซ็น เลยปวดร้าวระบมด้านหลังนั่นเอง นอกจากนี้ก็ยังเจอนิ่วในถุงน้ำดีด้วย เกือบเซ็น แต่เป็นแบบ inactive ก็คงหล่อยไว้ ไม่ต้องทำอะไร เพียงแค่ตามดูอาการเป็นระยะเท่านั้น และระวังไม่กินของมันเค็มมากไปค่ะ  ยังไม่หมดค่ะ ยังมีของแถมอีก ยังเจอก้อนเลือด 3-4 ก้อนที่ตับด้านซ้ายด้วยค่ะ หุหุ แต่หมอว่าอันนี้เป็นปกติ ไม่ต้องทำอะไร

เพิ่งจะรู้เหมือนกันนะ ว่าคนปกติธรรมดา ถ้าลองจับมาตรวจอัลตร้าซาวน์ดู อาจจะเจออะไรแปลก ๆ พวกนี้เต็มเลยก็ได้ค่ะ หุหุ แม่ตรวจสุขภาพทุกปี แต่ไม่เคยตรวจอัลตร้าซาวน์ช่องท้องเลย ตั้งแต่นี้ต่อไป คงต้องตรวจชุดใหญ่ทุกปีซะแล้ว (จริงๆ อายุ 35 ขึ้นไปควรตรวจค่ะ)

พอรู้สาเหตุแล้ว ก็มาหาทางแก้ค่ะ คุณยายก็โทรตามหมอเฉพาะทางที่รู้จักให้ ว่าจะสามารถทำการสลายนิ้วโดยใช้คลื่นอัลตร้าซาวน์ได้รึเปล่า คุณหมอก็สั่งว่า พรุ่งนี้ให้งดน้ำอาหาร มาทำ IVP คือฉีดสีและเอ๊กซเรย์ดูการทำงานของไตอีกทีนึงก่อนค่ะ แล้วตอนบ่ายก็ค่อยทำการสลายนิ่งต่อ ก็เลยโอเค สลายใจขึ้นมาหน่อย

ส่วนอาการปวดวันนี้ดีขึ้นมากค่ะ เพราะคุณหมอฉีดยาแก้ปวดอีกตัวนึงให้ คลายกล้ามเนื้อด้วย เลยได้นอนหลับหน่อย แม่ก็เพลียมาก ๆ หลับทั้งวันเลย ใครมาเยี่ยมก็ลืมตาไม่ค่อยไหว แหะๆ  ตอนบ่ายป๊ากลับมา ลงเครื่องพอรู้เรื่องก็ตรงมารพ.เลย คุณย่ากับอาโกวก็มา ป้าอี๊ดและน้องไอซ์ก็มาค่ะอยู่ยาวจนเย็นเลย ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ  แบบว่าแม่ปกติเป็นวัวถึก แข็งแรงมากไม่เคยเป็นอะไรเลย 555 ทุกคนเลยงงว่าเป็นอะไรได้ไงเนี่ย กั่กๆๆ

แต่เรื่องการกิน วันนี้ก็ยังกินอะไรไม่ได้เลยทั้งวัน ทานน้ำไปหลายแก้ว กับน้ำซุปตอนเที่ยงก็อาเจียนออกมาหมด ได้ผอมแน่คราวนี้ 555 (แอบหวัง) เพิ่งมาทานได้ตอนมื้อเย็นค่ะ ทานข้าวต้มไปได้หน่อยนึง เลยพอมีเรื่ยวแรงหน่อย ไม่งั้นเพลียมากตลอดเวลาค่ะ

คืนนั้นแม่ได้นอนหลับสบายหน่อยเพราะไม่ค่อยปวดท้องมากแล้วค่ะ นอนรวดเดียวถึงเช้าเลย ค่อยสดชื่นขึ้นหน่อย

 

วันที่ 3

วันนี้ตอนเช้ามีสวนให้ถ่ายด้วย เพื่อจะฉีดสีเอ๊ซเรย์ค่ะ .. แหงะ ไม่ชอบอย่างแรงเลย เพราะท้องก็ปวดอยู่แล้วยังมาให้ปวดท้องเพิ่มขึ้นไปอีก เอาน่ะ ถือเป้นการล้างท้องละกัน หุหุ

ตอน 8 โมงครึ่งเค้ามารับไปทำ IVP โดยฉีดน้ำยาเข้าไปทางเส้นที่มือ 4 หลอดใหญ่มากกก (น่ากัว Y-Y) แล้วก็ให้นอนถ่ายเอ๊กซเรย์ จับเวลาถ่ายเป็นระยะค่ะ นอนหงายบ้าง คว่ำบ้าง ตะแคงบ้าง ราว ๆ ชม.ครึ่งก็เสร็จค่ะ แม่ก็สลึมสลือ นอนหลับตลอดรายการ 555

พอขึ้นมาที่ห้อง ก็เจอสองพี่น้อง เอมมี่ อาร์มี่มาเยี่ยมแม่ด้วยค่า เย้ๆ คิดถึงจัง แล้วก็ป่าป๊าตามมา สองพี่น้องก็เล่นกันห้องกระจุยกระจายค่ะ สนุกกับการเปิดปิดผ้าม่านมาก และวิ่งเข้าไปซุกในซอกเก็บผ้าม่าน เหอๆๆ เด็กหนอเด็ก

วันนี้กำลังใจเพียบค่ะ ยังดีที่วันนี้แม่กินได้นอนหลับ มีแรงแล้ว ไม่ค่อยเพลียมาเท่าไหร่ ท้องก็ยังมีปวดนิดหน่อยค่ะ

 

ป่วยรับสงกรานต์ค่ะ นิ่วในท่อไตค่ะ

 

กล้องก็ไม่มี ใช้ไอโฟนถ่ายเอาค่ะ อิอิ ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่

เด็กๆ ตื่นมากันเช้ามาก เอมมี่ตื่นมาตี 5 ก็ร้องหาแม่ๆๆ อาร์มี่ตื่นมาก็แม่ๆๆๆ เหมือนกัน

พี่เลี้ยงก็เลยไม่รู้จะให้ทำอะไร เลยพามาหาแม่กันแต่เช้าเลย 8 โมงกว่า หุหุ พอดีแม่ไม่อยู่ซะงั้น

แต่พอแม่มาก็ไม่เห็นสนใจแม่กันเท่าไหร่เลย กร๊ากกกกกกก ไปเล่นผ้าม่านกันกระจุยค่ะ กั่กๆๆ

 

ป่วยรับสงกรานต์ค่ะ นิ่วในท่อไตค่ะ

 

พอเที่ยงๆ เลยให้พี่เลี้ยงพาเด็กๆ ไปทานข้าวและพากลับบ้านนอนค่ะ เพราะเริ่มง่วงกันแล้ว อิอิ

ส่วนตอนบ่าย คุณหมอเฉพาะทางเดินปัสสาวะมาดู ก็บอกว่าไม่สามารถทำ ultrasound สลายนิ่วได้ค่ะ เราพนิ่วมีขนาดเล้กเกินไป ปกติแล้วเกิน 1 เซ็นเค้าถึงจะทำให้ และยังเป็นนิ่วชนิดที่เอ๊กซเรย์ไม่เห็น ต้องฉีดสี หรือทำ ultrasound ถึงจะเห็น เลยทำยากมาก กลัวจะยิงไม่ถูกจุด และจะไปกระเทือนต่อไตได้ค่ะ เลยให้ใช้วิธีกินน้ำเยอะๆ เพื่อล้างมันออกมา และกินยาช่วยสลายนิ่วดูไปก่อน

ปัญหาคืออยู่ที่อาการปวดค่ะ ถ้าไม่ปวดมากก็ไม่มีปัญหา หรือถ้ากินยาแล้วหายปวดก็ไม่ต้องทำอะไร แต่ถ้าปวดมาก ก็อาจจะต้องมาผ่าเอาออก ซึ่งจะใช้วิธีส่องกล้องก็ยาก เพราะตำแหน่งมันอยู่สูงมาก เลยจะต้องใช้วิธีผ่าเอา ซึ่งหมอก็ไม่แนะนำ เพราะนิ่วชนิดนี้สามารถหลุดออกเองได้ค่ะ แค่ต้องระวังเรื่องอาหาร และดื่มน้ำมาก ๆ หวังว่ามันจะหลุดออกมาเองได้ซักวัน แต่ตอนนี้มันก็ไปอุดทางดินของท่อไต แต่ก็ยังมีของเหลวสามารถผ่านได้ค่ะ ไม่ได้อุดจนตันเลย เลยไม่อันตรายมากนักค่ะ

คุณหมอเลยให้คุณหมอเฉพาะทางทางไตมาดูอาการอีกคนนึง ก็สั่งให้เก็บปัสสาวะไปตรวจ 24 ชม. โดยการบันทึกปริมาณและเทลงใส่ขวดแกลลอนที่แช่ในถังน้ำแข็งไว้ พอครบ 24 ชม.ในวันถัดไปก็ส่งไปตรวจหาว่านิ่วในไตนี่เป็นชนิดไหน เพราะนิ่วมีหลายชนิด อาจจะเกิดจาก oxalate, calcium หรือ Sodium หรือ ยูริค สูง เกิดจากการกินอาหาร หรือกรรมพันธุ์ ก็ต้องดูว่าเป็นชนิดไหน จะได้ให้ยาถูก และระวังเรื่องอาหารได้ค่ะ

ปรากฏว่าพอคุณหมอสั่งให้ทานน้ำเยอะ ๆ แม่ก็ด้วยอาการขาดน้ำอยู่แล้วมา 2 วันเต็ม เลยซัดน้ำเข้าไปหลายขวดมากค่ะ 555 เก็บปัสสาวะได้เต็ม 2 แกลลอนใหญ่ กับอีกนิดหน่อย กร๊ากกกกกก  คุณหมอยังมาแซวเลยว่ากินน้ำเยอะดีนะครับ เก็บได้ตั้ง 8 ลิตรน่ะครับ 555 (จริงๆ ทั้งหมดได้ราวๆ 10 ลิตร ++ค่ะ )  ^_^ เพราะปกติเป็นคนทานน้ำเยอะมากอยู่แล้ว

แต่แม่บอกหมอว่าเคยตรวจร่างกายเมื่อต้นปีแล้วผลปรากฏว่ามีกรดยูริคสูงนิดหน่อยค่ะ แต่ไม่ถึงกับเป็นอันตรายมาก หมอบอกว่าก็เป็นความเสี่ยงหนึ่งที่จะทำให้เป็นนิ่วได้ค่ะ เลยให้ยาลดกรดยูริคแบบละลายน้ำมาให้ทานไปก่อนระหว่างที่รอผลปัสสาวะที่กว่าจะได้อีกตั้งอาทิตย์นึงแน่ะ

คืนนี้แม่ไม่ปวดท้องแล้ว นอนสบายค่ะ แต่ต้องคอยทานน้ำกับเก็บปัสสาวะซึ่งบ่อยมากกกกก เฮ้อออ

 

วันที่ 4 (13 เม.ย. 53)

วันนี้ตื่นกันสายเลยเพราะเมื่อคืนนอนดึกค่ะ แม่ติดรายการ So you think you can dance อยู่ 555555 ส่วนคุณยายก็มีติดผ่าตัด กว่าจะเสร็จกลับมาก็ดึกเลย สงสารคุณยายมาก ยังอุตส่าห์มานอนเป็นเพื่อนแม่ให้ งือๆๆ

วันนี้ไม่มีอะไรมาก หลังจากเก็บปัสสาวะได้ครบ 24 ชม.ตอนเที่ยงก็กลับบ้านได้แล้วค่ะ

ตอนเช้ามีนักโภชนาการมาอธิบายเรื่องอาหารที่ควรทาน และไม่ควรทานให้ฟังค่ะ สำหรับคนเป็นนิ่ว หรือโรคเกี่ยวกับไต ที่ต้องระวังมากที่สุดก็คืออาหารเค็ม และมัน อาหารหมักดอง และอาหารสำเร็จรูปทั้งหลายค่ะ

ส่วนอาหารที่มีกรดยูริคมากต้องหลีดเลี้ยงคือพวกยอดผัก หน่อไม้

อาหารที่มี Oxalic acid มาก คือพวกใบชะพลู ผักโขม มันสำปะหลัง ชอคโกแลต Y-Y

สรุปคือทานอาหารได้ตามปกติ แต่ให้เพิ่มผักผลไม้สด และลดพวกอาหารสำเร็จรูปทั้งหลาย รวมทั้งน้ำผลไม้กระป๋องด้วยค่ะ

 ตอนนี้บ่ายกว่า ๆ แม่เช็คเอ้าท์เรียบร้อยเตรียมกลับบ้าน รอป๊ามารับ เลยนั่งพิมพ์ไดกันลืมไปก่อนค่ะ อิอิ

สงกรานต์นี้เลยไม่ได้ไปไหน นอนโรงพยาบาลซะงั้น หุหุ ออกไปต้องรีบไปทำบุญอีกรอบซะแล้ว

ป่วยรับสงกรานต์ค่ะ นิ่วในท่อไตค่ะ

 

แม่ไปค้นในอินเตอร์เนต เจอบทความเกี่ยวกับโรคนิ่งในท่อไตด้วยอาการตรงกันเป๊ะเลยค่ะ เพียงแต่ตอนมามีอาการอาเจียนด้วย คุณหมอเลยนึกไว้ก่อนว่าเป็นอาหารเป็นพิษรึเปล่า แต่ต้องดูด้วยค่ะว่าถ้ามีอาการปวดท้องน้อยข้างเดียว ลามไปถึงด้านหลัง ให้นึกถึงโรคนิ่วในไตด้วยนะคะ

 

ข้อมูลสื่อ

File Name :
182-004
นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่ม :
182
เดือน-ปี :
06/2537
คอลัมน์ :
นักเขียนหมอชาวบ้าน :

ป่วยรับสงกรานต์ค่ะ นิ่วในท่อไตค่ะป่วยรับสงกรานต์ค่ะ นิ่วในท่อไตค่ะ

นิ่วในท่อไต
ป่วยรับสงกรานต์ค่ะ นิ่วในท่อไตค่ะ
ข้อน่ารู้
1. ทางเดินปัสสาวะของคนเราเริ่มจากไตลงมาที่ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และสิ้นสุดที่ท่อปัสสาวะ
โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะอาจเกิดขึ้นตรงจุดใดจุดหนึ่งก็ได้ ซึ่งมีสาเหตุ อาการ การรักษา และวิธีป้องกันแตกต่างกันไป
ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะโรคนิ่วในท่อไต ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรง
2. นิ่วในท่อไต เป็นก้อนนิ่วขนาดเล็กที่ก่อตัวขึ้นในไตแล้วตกผ่านลงมาในท่อไต ประกอบด้วยแคลเซียม(หินปูน) สารออกซาเลตและกรดยูริกเป็นสำคัญ

สาเหตุเกิดจากปัจจัยหลายอย่างด้วยกัน ได้แก่ การกินอาหารที่มีแคลเซียมสูง (เช่น นม เนย กุ้งแห้ง ปลาเล็กปลาน้อย ใบโหระพา ใบชะพลู สะเดา ยอดแค) การกินอาหารที่มีสารออกซาเลตสูง (เช่น ช็อกโกแลต โกโก้ น้ำชา มันเทศ หน่อไม้ ใบชะพลู ผักโขม ผักเสม็ด ผักกระโดน) การกินวิตามินซีปริมาณมาก (ซึ่งจะช่วยดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย และช่วยสร้างสารออกซาเลต) หรือการกินอาหารที่มีกรดยูริกสูง (เช่น เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ถั่ว สาหร่าย หน่อไม้ ฯลฯ) ในปริมาณมากเกินไป ร่วมกับการดื่มน้ำน้อย หรืออยู่ในที่ร้อน (ร่างกายเสียเหงื่อ ทำให้ขาดน้ำ) ทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นของสารเหล่านี้ จนตกผลึกกลายเป็นก้อนนิ่วได้

นอกจากนี้ยังอาจพบบ่อยในคนที่มีความผิดปกติซ่อนเร้นอยู่ เช่น โรคเกาต์ หรือมีระดับกรดยูริกในเลือดสูง ซึ่งเป็นความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ หรือต่อมพาราธัยรอยด์ทำงานมากเกิน ซึ่งทำให้มีแคลเซียมในเลือดสูง หรือมีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะบ่อย หรือมีความผิดปกติทางโครงสร้างของไต เป็นต้น
3. เนื่องจากท่อไตมีขนาดเล็ก นิ่วที่ท่อไตจึงมักมีขนาดเล็กเท่าหัวไม้ขีด (ประมาณเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 0.5 เซนติเมตร) เมื่อคาอยู่ในท่อไต ท่อไตก็พยายามบีบขับก้อนนิ่วออกมา ทำให้มีอาการปวดบิดเกร็งในท้องเป็นพักๆ นับว่าโชคดีที่ส่วนใหญ่จะหลุดออกมากับปัสสาวะได้เอง
4. นิ่วในท่อไตมีเพียงส่วนน้อยที่อาจมีขนาดโตคาอยู่ไม่ยอมหลุด นอกจากจะทำให้มีอาการปวดท้อง เป็นๆ หายๆ เรื้อรังแล้ว ยังอาจทำให้มีการติดเชื้ออักเสบของทางเดินปัสสาวะ รวมทั้งไตอักเสบเรื้อรัง และอาจนำไปสู่ภาวะไตวายพิการได้ ดังนั้น นิ่วในท่อไตที่มีขนาดโต จำเป็นต้องให้แพทย์ทำการรักษาให้หายขาด หากปล่อยไว้อาจเป็นอันตรายได้
ป่วยรับสงกรานต์ค่ะ นิ่วในท่อไตค่ะ
รู้ได้อย่างไรว่าไม่ได้เป็นอื่น
คนที่เป็นนิ่วในท่อไตจะมีอาการปวดท้องตรงบริเวณบั้นเอว หรือท้องน้อยข้างใดข้างหนึ่งเพียงข้างเดียว (ตรงกับข้างที่มีนิ่วคาอยู่) อาการปวดมีลักษณะปวดบิดเกร็งเป็นพักๆ คล้ายท้องเดินหรือปวดประจำเดือน อาจปวดนานเป็นชั่วโมงๆ หรือเป็นวันๆ ลักษณะเฉพาะของโรคนี้คือจะมีอาการปวดร้าวไปที่อัณฑะหรือช่องคลอดข้างเดียวกัน
อาจมีอาการใจหวิวใจสั่น หรือคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย
จะไม่มีไข้ ถ่ายปัสสาวะเป็นปกติ ไม่แสบไม่ขัด ปัสสาวะมักจะใสเช่นปกติ
เวลาปวดเอามือกดหน้าท้องจะไม่รู้สึกเจ็บ บางครั้งกลับรู้สึกสบายขึ้น
อาการปวดท้องอาจทุเลาได้เอง แต่ก็อาจกำเริบเป็นช่วงๆ ตราบเท่าที่ก้อนนิ่วยังไม่หลุดออกมา
ถ้าก้อนนิ่วก้อนเล็กก็อาจสังเกตเห็นก้อนนิ่วหลุดออกมากับปัสสาวะภายใน 1-2  สัปดาห์

อาการปวดท้องบริเวณบั้นเอวหรือท้องน้อยอาจมีสาเหตุจากโรคอื่น เช่น
1. ไส้ติ่งอักเสบ จะมีอาการปวดตรงบริเวณท้องน้อยขวาติดต่อกันนานเป็นชั่วโมงๆ เอามือกดดูจะรู้สึกเจ็บ อาจมีไข้ร่วมด้วย
2. ตั้งครรภ์นอกมดลูก จะมีอาการปวดตรงบริเวณท้องน้อย ใจสั่น เป็นลม หน้าตาซีดเซียว มักมีประวัติขาดประจำเดือนร่วมด้วย
สำหรับสาเหตุที่ 1 และ 2  ถือเป็นโรคฉุกเฉินที่ต้องผ่าตัดทันที หากสงสัยควรพบแพทย์ทันที
3. กรวยไตอักเสบ จะมีอาการปวดตรงบริเวณบั้นเอวหรือสีข้างซีกใดซีกหนึ่ง ร่วมกับมีไข้สูง หนาวสั่น ปัสสาวะขุ่น ใช้กำปั้นทุบเบาๆในบริเวณดังกล่าวจะรู้สึกเจ็บจนสะดุ้ง หากสงสัยควรพบแพทย์โดยเร็ว
4. ปีกมดลูกอักเสบ จะมีอาการปวดตรงบริเวณท้องน้อย เอามือกดจะรู้สึกเจ็บ อาจมีไข้สูงร่วมด้วย หากสงสัยควรพบแพทย์โดยเร็ว
5. ปวดประจำเดือน จะมีอาการปวดบิดเกร็งเป็นพักๆ ตรงบริเวณท้องน้อย เฉพาะในช่วงที่มีประจำเดือน เอามือกดจะไม่รู้สึกเจ็บ

เมื่อไรควรไปพบแพทย์
คนที่มีอาการปวดท้องตรงบริเวณบั้นเอวหรือท้องน้อย ควรไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการปวดรุนแรง กดหรือแตะถูกเจ็บ หรือหน้ามืดเป็นลม และควรไปพบแพทย์เมื่อ
1. มีไข้สูง
2. กินยาบรรเทาปวดแล้วไม่ทุเลา
3. มีความวิตกกังวล
ป่วยรับสงกรานต์ค่ะ นิ่วในท่อไตค่ะ
แพทย์จะทำอะไรให้
แพทย์อาจส่งตรวจปัสสาวะเอกซเรย์ หรือทำการตรวจพิเศษอื่นๆ ตามสาเหตุที่สงสัย
ถ้าพบว่าเป็นนิ่วในท่อไต แพทย์จะให้ยากลุ่มแอนตี้สปาสโมดิกกินบรรเทาอาการปวดท้อง แล้วนัดให้มาตรวจซ้ำภายใน 1-2 สัปดาห์
ถ้าหากก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่ ไม่สามารถหลุดออกมาได้เอง อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด หรือใช้เครื่องสลายนิ่ว (โดยการใช้คลื่นเสียงความถี่สูง) สำหรับวิธีหลังนับว่าสะดวก ไม่ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล แต่มีข้อเสียคือราคาแพง (ตกประมาณ 20,000-40,000 บาท) และมีโรงพยาบาลเพียงไม่กี่แห่งที่ทำได้

โรคนิ่วในท่อไตสามารถรักษาให้หายได้ แต่ก็อาจมีอาการกำเริบได้อีก ดังนั้นจึงควรปรับดุลของอาหารการกินให้เหมาะสม กล่าวคือ การกินอาหารที่มีความหลากหลาย และควรลดอาหารที่อาจมีสารที่ทำให้เกิดนิ่ว และดื่มน้ำให้มากๆ อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ

ในกรณีที่เป็นโรคนิ่วกำเริบบ่อย แพทย์อาจส่งตรวจวิเคราะห์ส่วนประกอบของนิ่ว แล้วให้คำแนะนำในเรื่องอาหารการกินที่เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้เป็นซ้ำ

โดยสรุป อาการปวดท้องตรงบริเวณบั้นเอวหรือท้องน้อย อาจเกิดจากโรคนิ่วในท่อไต เป็นโรคที่รุนแรงอื่นๆ ถ้ามีอาการปวดรุนแรง ปวดนานกว่าปกติ หรือกินยาบรรเทาปวดไม่ได้ผล ก็ควรจะรีบไปพบแพทย์
ถ้าเป็นนิ่วในท่อไต ทุกครั้งที่ถ่ายปัสสาวะควรสังเกตว่ามีก้อนนิ่วหลุดออกมาหรือไม่ ส่วนมากก้อนนิ่วจะหลุดออกมาได้เองภายใน 1-2  สัปดาห์

 

                                               การดูแลรักษาตนเอง

เมื่อมีอาการปวดท้องตรงบริเวณบั้นเอวหรือท้องน้อย ให้เอามือกดหรือใช้กำปั้นทุบเบาๆดูว่าเจ็บหรือไม่ และสังเกตว่ามีไข้หรือไม่
ถ้าลักษณะอาการเข้ากับอาการปวดประจำเดือน (ปวดบิดเกร็งตรงบริเวณท้องน้อย เวลาประจำเดือน กดถูกไม่รู้สึกเจ็บ) ก็ให้กินยาพาราเซตามอลบรรเทาปวด
แต่ถ้ามีอาการกดหรือเคาะถูกเจ็บมากขึ้น หรือมีไข้ร่วมด้วย หรือมีอาการปวดร้าวลงอัณฑะหรือช่องคลอด หรือสงสัยเป็นนิ่วในท่อไต ก็ควรจะรีบปรึกษาแพทย์

ในรายที่แพทย์ตรวจพบว่าเป็นนิ่วในท่อไต ให้ปฏิบัติตัวดังนี้
1. กินยาบรรเทาปวดท้องที่แพทย์สั่งจ่าย ได้แก่ ยากลุ่มแอนตี้สปาสโมดิก (เช่น ไฮออสซีน) สามารถกินซ้ำได้ทุก 6 ชั่วโมง
2. ดื่มน้ำมากๆ ประมาณชั่วโมงละ 1 แก้ว
3. เวลาถ่ายปัสสาวะ สังเกตดูว่ามีก้อนนิ่วหลุดออกมาหรือไม่ ถ้าเป็นไปได้ควรถ่ายลงกระโถนจะช่วยให้สังเกตได้ง่าย
4. ไปตรวจกับแพทย์ตามนัด ในกรณีที่มีอาการผิดสังเกต เช่น ปวดท้องมากขึ้น หรือมีไข้สูง ก็ควรไปพบแพทย์ก่อนวันนัด

 

ป่วยรับสงกรานต์ค่ะ นิ่วในท่อไตค่ะ

 

สุดท้ายต้องขอขอบคุณคุณยายที่น่ารักมากเลยนะคะ ที่มานอนเฝ้าแม่ทุกคืน แม้จะเหนื่อยดึกดื่นแค่ไหนก็อุตส่าห์มาค่ะ ความรักของแม่นี่ยิ่งใหญ่จริงๆ แม่มีแต่ให้เสมอมา ขอบคุณจากใจ และขอกราบสวัสดีปีใหม่คุณยายด้วยนะคะ

ปล. โชคดีเมื่อเช้าป้าอี๊ดโทรมาบอกว่ามีพวงมาลัยอยู่ในตู้เย็นเลยให้แม่เอากราบคุณยายเรียบร้อยไปแล้วค่ะ อิอิ

ป่วยรับสงกรานต์ค่ะ นิ่วในท่อไตค่ะ

 

คุณชายปกติไม่ค่อยยอมให้คุณยายอุ้ม เมื่อวานนี้ยอมให้อุ้มแล้วครับ

 

ส่วนวันนี้เอมมี่ไปดูหนัง Princess and the frog กับอาโกว และพี่ๆ

ส่วนอาร์มี่ไปเที่ยวเซ็นทรัลกับพี่พัดและพี่เมย์ หุหุ

เย็นนี้เจอกันจ้าเด็กๆ

 

ป่วยรับสงกรานต์ค่ะ นิ่วในท่อไตค่ะ

     Share

<< งานสงกรานต์ที่รร.• Army 1.5Y + Aimee 4.3Y & Parent-teacher conference • >>



Posted on Wed 21 Apr 2010 23:22

Diary of Flure
น้องจินนี่กะแม่เปิ้ล
น้องเดต้า
น้องแซนต้า
น้องเฟอร์ ของแม่โดม
น้องปริมของแม่นุ่น
น้องน้ำหอม ของแม่น้ำหวาน
น้องเอมี่
น้องไนน์
มะอึด
กู๋เล็ก+กิ๋มปอย
น้องทิชา
น้องวิลล์+น้องไวซ์
เคนนี่ที่ลัก
น้องจินนี่ของแม่เปิ้ล
น้องป้อง+แม่เก๋
จุ่นจุ๊น+แม่เกี๊ยวซ่า
น้องโฟกัส+พี่อุ๊ย
อุ๊นอุ่น
มาร์ค
น้องปุณ
น้องไทนี่
น้องคัทยา
น้องปัณณ์

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

 

 

 


ตอนนี้น้าอ้อหายแล้วช่ายมั้ยคะ เป็นห่วงจังเลยย ดูแลรักษาสุขภาพดีดีนะคะ ขอให้สุขภาพแข็งแรงขึ้นทุกวันๆเลยนะคะ

น้าอ้อกู้ข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ได้แล้วรึยังเอ่ย
N\'Ploy   
Tue 20 Apr 2010 12:26 [3]

เป็นกำลังใจให้หายเร็วๆนะคะ ข้อมูลน่าสนใจมาก ก๊อปไว้อ่านเรียบร้อยแล้วค่ะ
Mamy Aey   
Tue 13 Apr 2010 23:38 [2]

สวัสดีวันสงกรานต์จร้า
ป่วยต้อนรับปีใหม่ไทยเลยนะ
ตอนนี้ดีขึ้นแล้วนะ .. ฟื้นตัวเร็ว ๆ นะ .. จะได้ตะเวนหาอะไรหม่ำ ๆ เติมที่อ๊อกออกไปอ่ะ
555+++
ล้อเล่นจร้า
คราวหน้าคงต้องตรวจสุขภาพชุดใหญ่มั่งแล้ว .. เอ๊ .. สงสัยคงต้องซื้อโปรแกรมวัยทองแล้วหล่ะมั้ง
555+++
สุขสันต์วันปีใหม่ไทยจร้า
พี่ นอ นายน์ แอนด์ น้อง ทอ เท็น   
Tue 13 Apr 2010 15:50 [1]